แนะนำ วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

แนะนำ วัลคีรี่ ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

มันเริ่มต้นที่คำปฎิญาณ ที่จะปฎิบัติตามคำสั่งของกองทัพ ทุกอย่าง ทหารเยอรมันทุกคน มุ่งมันเช่นนั้น แต่ก็มีคนจำนวนหนึ่ง ที่ไม่เห็นด้วยกับการกระทำของ ฮิตเลอร์ ที่ก่ออาชกรรมสงครามมากมาย เรื่องราวของการต่อสู้ยืนหยัดในหลักการความชอบธรรม คุณจะยืนหยัด ด้วยความจริงหรือไม่ แล้วจะกล้าแค่ไหน ถ้าคุณต้องอยู่ในสภาวะเช่นเดียวกับทหารเยอรมันในสงครามโลกครั้งนี้ และอำนาจของสื่อ ที่คุณคงต้องเลือกข้าง

นายพันเอกเคล้าส์ ฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก (ทอม ครูซ) เป็นข้าราชการทหารผู้องอาจ และสาบานตนรับใช้ประเทศยิ่งชีพ ทั้งยังหวังให้ใครสักคนเข้ามายุติความบ้าระห่ำของฮิตเลอร์ (David Bamber) ก่อนที่ทั้งทวีปยุโรป และประเทศเยอรมันนี เองจะถูกทำลายย่อยยับ

ตัวผมเองไปดู ภาพยนตร์เรื่องนี้มาแล้ว อยากแนะนำให้ไปดู เนื้อหาของเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะมันตั้งคำถามให้คิดได้ดี ถ้าเราต้องเจอสถานการเดียวกัน อะไรที่เราจะเรียกว่ากบฎ อะไรที่เราจะเรียกว่ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม เราจะรักตัวเราเอง มากกว่า หรือว่า ยอมสละเพื่อคนทั้งโลกได้ ปฎิบัติการที่จะแพ้ไม่ได้

ยิ่งเวลาที่คนรอบข้างเรา ไม่มั่นใจไมกล้า ผู้นำของเราไม่กล้าตัดสินใจ เราจะยืนหยัดอย่างไร แล้วถ้าเราต้องลงมือทำบางอย่าง แล้วไม่มีคนไปกับคุณ ทั้งที่มันถูกต้อง แต่หลายคนอาจมองว่าทรยศ คงยากที่เราจะเดินอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่พันเอกเคล้าส์ ฟอน สเต๊าฟ์เฟนแบร์ก (ทอม ครูซ) ก็ยืนหยัดทำหน้าที่ของตัวเองจนถึงที่สุด ...แล้วโลกก็พบ เหมือนกับที่คนเยอรมัน ต้องยอมรับในที่สุดว่าสิ่งที่ ฮิตเลอร์ทำนั้นไม่ถูกต้อง มันใช้เวลานานที่เดียว

หลายคนมักจะไม่กล้าตัดสินใจในสถานการณ์ต้องเสี่ยง กับการสูญเสียถ้าโอกาสมีน้อยเรายิ่งกลัวมาก แต่แน่นอน ท่ามกลางสงคราม จะเลือกเป็นกลางไม่ได้อีกแล้ว เหมือนอย่างที่หัวหน้าฝ่ายสื่อสารในภาพยนตร์ต้องเผชิญ เขาต้องส่งข่าวที่ออกมาจากแหล่งข่าวสองแหล่งพร้อมกัน ครั้งแรกเขาตัดสินใจ ส่งข่าวออกไปพร้อมกัน ด้วยความคิดว่า เขาไม่มีหน้าที่วิเคราะห์ข่าวเป็นเพียงผู้สื่อสารเท่านั้น แต่ในที่สุด ก็มาถึงจุดที่เขาต้องตัดสินใจเลือกข้างแล้ว ...นั้นก็เป็นเรื่องไม่ง่ายเลยสำหรับคนทำงานสื่อ ถ้าไม่มีหลักการที่ถูกต้อง

ในขณะที่ฮิตเลอร์อ้างการปกป้องจากพระเจ้า และกุมอำนาจสื่อไว้ได้ ในภาพยนตร์เราก็จะได้เห็นอำนาจของการสื่อสาร ว่ามีอิทธิพลต่อภาระกิจที่ยิ่งใหญ่จริงๆ หลายครั้งที่เราควบคุมเหตุการณ์และสถานการไม่ได้ สิ่งที่เราต้องหนักแน่นคือ จุดยืนในหลักการที่ถูกต้อง และมุ่งมั่นเดินหน้า อย่าลังเลกับข่าวสารข้อมูลที่อาจบิดเบือนไปได้

ไปดูภาพยนตร์เรื่องนี้แล้วลอง จินตนาการว่าถ้าเป็นเรา ตกอยู่ในสถานการณ์นี้จะเป็นอย่างไร คุณอาจจะรู้สึกคุ้นเคยก็เป็นได้ ว่าเราจะผ่านมันอย่างไร การอ่านพระวจนะสม่ำเสมอ และการอธิฐานกับพระเจ้าสม่ำเสมอ จะช่วยในเรื่องนี้ได้ ถ้าคริสเตียนต้องเผชิญเรื่องอย่างนี้ในวันหนึ่ง เราจะมีหลักการที่มั่นคงพอ ที่จะยืนหยัดในความถูกต้องชอบธรรม

ในประวัติศาสตร์ มีการพยายามลอบสังหาร ฮิตเลอร์ กว่า15ครั้ง แต่ไม่ประสบผล

ความคิดเห็น

รูปภาพของ ging

สู้ๆ

ดื่มน้ำหน่อย พระเจ้ารักคุณและฉัน

สนุกค่ะ

หนังเรื่องนี้ไปดูมาเเล้วเหมือนกันค่ะ สนุกและได้ข้อคิดดีค่ะ Eye-wink

หนังก็คือ

หนังก็คือศิลปะแขนงหนึ่ง เหมือนดนตรี ละคร เราสามารถนำเอาสิ่งที่ดีมาใช้ในชีวิตได้ อยู่ที่มุมมอง

หนังก็คือ

หนังก็คือศิลปะแขนงหนึ่ง เหมือนดนตรี ละคร เราสามารถนำเอาสิ่งที่ดีมาใช้ในชีวิตได้ อยู่ที่มุมมอง จึงเป็นการยากที่จะบอกว่าเรื่องไหนดูได้หรือไม่ได้

เรื่องนี้

เรื่องนี้ดูมาเเล้วสนุกดี ...อะไรที่จริงอะไรที่ชอบธรรมมันจะคงอยู่น่ะ อะไรที่เป็นของเทียมสุดท้ายกต้องพินาศ

เห็นด้วย

เป็นเรื่องที่น่าติดตามดีเนอะ รู้สึกว่าเป็นเหหตุการณ์ที่ดูคุ้นๆ แม้ผ่านไปแล้วแต่ฝุ่นมันก็ยังจางๆ อยู่ มีอะไรมากระทบกระแทกแดกดันให้ต้องตัดสินใจอยู่เป็นระยะๆเลย รู้สึกเหนื่อยมากเลยที่ต้องตัดสินใจอะไรแบบนี้แต่การยืนหยัดในสิ่งที่ถูกเราก็ต้องพึ่งพาพระเจ้าแบบสุดๆเลยเนาะ เพราะยังไงเราก็ไม่รู้ว่าอะไรแม้อะไรเทียมจนวันหนึ่งความจริงมันปรากฎ

แสดงความคิดเห็น

Smileys
:);):(:angry:}:):ozzz:?8):serious::byebye::cry::love::sure::ดื่มน้ำหน่อย:
CAPTCHA
กรุณาใส่รหัสเพื่อตรวจสอบว่าุณ ไม่ใช่ระบบSpam
Image CAPTCHA
Copy the characters (respecting upper/lower case) from the image.