เป็นสัญลักษณ์ ที่นักดำน้ำทั่วโลก ต้องลงไปสัมผัส เมื่อมาที่ Key Largo รูปปั้นพระคริสต์ นี้มีชื่อว่า "Christ of the Deep" ในสวนใต้น้ำ แห่งแรกของอเมริกา ...เล่าประวัติย่อๆ ให้รู้กันก่อน ดั้งเดิม รูปปั้นชิ้นแรก มีชื่อว่า "Il Christo Degli Abissi" รูปปั้นนี้ตั้งอยู่ที่ ทะเล เมดิเตอร์เรเนียน ที่จีนัว ประเทศอิตาลี ถือกำเนิดขึ้นในปี 1954 หลังจากนั้นในปี 1961 รูปปั้นชิ้นที่2 ก็กำเนิดขึ้น ในชือว่า "Christ of the Deep" โดยสร้างจากบล็อกเดียวกัน ครอบครัวคริสซี้ ชาวอิตาลี บริจาค ให้สร้าง รูปปั้นสำหรับ Underwater Society of America โดยบริจาคให้กับ Florida State Park Service (หน่วยงานดูแลสวนสาธารณะ ของรัฐฟอริดา) เพื่อสร้างสวนใต้น้ำ แห่งแรกของอเมริกา
ในปี 1965 , ความสูงของรูปปั้นคือ 9 ฟุต (270 เซนติเมตร) หนัก 4,000 ปอนด์ ทำด้วยเงิน รูปปั้น "Christ of the Deep" มีฐานทำด้วยคอนกรีต และอยู่ลึกลงไป 25 ฟุตใต้น้ำ หันหน้าออกสู่ทะเล พื้นที่บริเวณนั้นมีชื่อเรียกว่า Key Largo Dry Rocks
จนเดี๋ยวนี้ มันกลายเป็นสัญลักษณ์ นักดำน้ำที่ต้องลงไปสัมผัส เมื่อมาที่ Key Largo
รูปปั้นพระคริสต์ เป็นที่รู้จักดีของนัักดำน้ำทั่วโลก เป็นไซต์ เป็นที่ยอดนิยมอย่างมาก ของนักดำน้ำลึก และแบบดำน้ำตื้น เป็นประสบการณ์ที่ดีของนักดำน้ำ ที่จะได้พบปะการัง และฟองน้ำโดยรอบ และคุณอาจจะได้พบกับปลากระเบนอีกด้วย
กว่าจะมาเป็น Christ of the Deep
ประมาณ 9 ฟุต ทำด้วยเงิน เป็นงานปติมากรรมที่เป็นสัญลักษณ์ของมนุษย์ชาติ มันอยู่ที่ ใต้ทะเลของ Key Largo Dry Rocks รูปด้านล่างเป็น รูปปั้นต้นฉบับที่ทำการติดตั้ง ใน ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ที่ อ่าวSan Fruttuoso ใกล้กับเมือง Genoa ประเทศอิตาลี ในปี 1954 มันเป็นที่รู้จักกันในชื่อ Il Christo Degli Abissi หรือในภาษาอังกฤษ คือ Christ of the Abyss.(องค์พระคริสต์ในสถานการณ์ที่เลวร้าย สถานการณ์ที่ลึกมากเหมือน ในหุบเหวลึก )
ในปี 1954 อ. Guido Galletti เป็นผู้สร้าง รูปปั้นต้นแบบขึ้น จาก แรงบันดาลใจ จากนักว่ายน้ำและนักดำน้ำอิตาลี ที่ชื่อว่า Duilo Merchant ที่ต้องการที่จะเห็นสัญลักษณ์ ที่จะสร้างแรงบัดดาลใจให้กับผู้ตน ที่จะรักทะเล
ในปี 1961 รูปปั้นชิ้นที่2 ก็เกิดขึ้นจาก ผู้สร้างคนเดิมและ บล๊อกเดิม ในโบสถ์ St. George's Harbor ในเมือง Grenada เพื่อเป็นการระลึกถึง การรอดชีวิตจาก เรืออิตาลีที่ชื่อ Bianca C. ที่ไฟไหม้ และจมลงในท่าเรือ และได้รับมอบหมายให้สร้าง โดย โรงงานผลิตอุปกรณ์ดำน้ำอิตาลี(Egidio Cressi) และบริจาคให้กับ The Underwater Society of America.
หลังจากนั้น มันก็ถูกส่งไปที่ สนามบิน O'Hare เพื่อหาบ้านถาวรให้ ซึ่งมันไม่ยากเลย แต่ ด้วยการพิจารณา จาก วุฒิสมาชิก Spessard Holland แห่งรัฐฟอริดา ก็ได้ว่า John Pennekamp Park ต้องการมัน แต่ไม่มีเงินค่าขนส่ง มันไปที่ Key Largo
ชมรมนักดำน้ำ Otter ในฟอริดา ก็เป็นผู้นำ ที่จะช่วยเหลือ มีกองทัพเรือเป็นผู้ช่วย ในการขนส่ง รูปปั้นไปที่ Orlando
ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ เราจะวางมันลงที่ไหน ให้รูปปั้นดูสวยใต้น้ำ เป็นการใช้เวลานานมากที่จะหาพืนที่อย่างนั้น ใน มกราคม ปี 1964 ก็เริ่มขนส่ง ไปยัง ฟอริดา จนกระทั่งมันมาถึง Pennekamp Park ในฤดูใบไม้พลิปี1995
มีการจัดเตรียมพื้นที่ ในเดือน มิถุนายน เจ้าหน้าที่ของพาร์ค ก็เริ่มขนย้าย คอนกรีตที่เป็นฐาน แต่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เลวร้ายจนต้องหยุด
บริษัท Cothron Construction ก็ประมูล งานเตลื่อนย้ายไปได้ ด้วยเงื่อนไข ภายใน2 วัน แต่ใช้เวลาไป3วัน ในวันที่25 สิงหาคม 1965 รูปปั้นที่มีน้ำหนัก 20,000 ปอนด์ ก็ย้ายเข้าไปอยู่ในที่ ที่เลือกไว้ได้
มันยืนหยัดทนต่อพายุเฮอริเคนBetsyได้ ในวันที่8 กันยายนปี 1966 ซึ่งมีความแรงระดับ3 ถึงอย่างไรก็ตาม เป็นที่น่าสงสัยว่า มันยังคงสามารถยืนหยัด และตั้งตรงอยู่ได้อย่างไม่เคลื่อนที่เลย
ในปี 1993 หุ่นต้นแบบ ถูกพบในเป็นของที่จะต้องถูกกำจัด ที่โรงหล่อหุ่น และแขนหายไปแล้ว
หลังจากนั้น หุ่นต้นแบบก็ถูกย้ายไป เพื่อมาฟื้นฟู ที่ Ravenna ประเทศ อิตาลี
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย รูปปั้นก็ได้นำมาจัดแสดงที่ "National Museum of the Underwater Activities"ประเทสอิตาลี เมืองRavenna หรือเข้าไปดูได้ที่ www.hdsitalia.com
เรื่องราวยังไม่จบแค่นั้น หลายปีต่อมา รูปปั้นต้นฉบับ Christ of the Abyss ที่อิตาลี ก็เหลือมือเพียงข้างเดียว ซึ่งอาจจะเกิดขึ้น จากการกระทำของการทอดสมอ หรือ ผู้ไม่หวังดี ก็เป็นได้ ส่วนในภาพด้านบน ปี2003 ก็มีการฟื้นฟู้ในกลับมาในสภาพปกติ
รูปปั้นเงิน กำลังได้รับการฟื้นฟู ที่Genoa คิดว่าตอนนี้ คงกลับไปอยู่ในสภาพเดิมแล้วล่ะมั๊ง
มาแนะนำสถาที่ท่องเที่ยวแบบนี้ เริ่มอยากจะไปเห็นกับตา ซะแล้ว ...เริ่มอะไรก่อน เรียนดำน้ำ ..จะได้ไปถ่ายรูปกับพระเยซูที่ ...ที่ลึก ลงกว่าเดิม ลึกๆๆๆๆ