คุณอยู่ที่นี่

มานาประจำวัน

ลงชื่อรับข่าว ฟีด มานาประจำวัน
ถูกปรับปรุง: 4 ชั่วโมง 24 นาที ก่อน

ประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน

16 ชั่วโมง 58 นาที ที่แล้ว

วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2012

อ่าน: 1 โครินธ์ 10:1-13
เหตุการณ์เหล่านี้ได้บังเกิดแก่เขาเพื่อเป็นตัวอย่าง และได้บันทึกไว้เพื่อเตือนสติเราทั้งหลาย – 1โครินธ์10:11

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 18-20,

ในขณะที่ผมและภรรยาเดินชมพิพิธภัณฑ์บริติชมิวเซียม เรารู้สึกประทับใจในประวัติศาสตร์และมรดกที่เก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ที่ลอนดอน เรามองดูเครื่องมือและอาวุธยุทโธปกรณ์โบราณที่มีอายุมากกว่าสิ่งที่มีอยู่ในสหรัฐหลายศตวรรษ ซึ่งทำให้ผมเห็นคุณค่าของการมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ประวัติศาสตร์ช่วยให้เราเห็นมุมมอง บริบท และผลลัพธ์ซึ่งช่วยให้เราตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง เมื่อเราเรียนรู้จากคนรุ่นก่อนทั้งเรื่องความสำเร็จและความล้มเหลว

เปาโลก็เป็นคนหนึ่งที่เห็นคุณค่าของบทเรียนจากประวัติศาสตร์ ท่านเตือนถึงผลเสียที่จะตามมาจากการตัดสินใจที่ผิดพลาด โดยเล่าเรื่องราวของชนชาติอิสราเอลที่วนเวียนอยู่ในถิ่นทุรกันดาร ซึ่งเป็นผลมาจากการปฏิเสธที่จะไว้วางใจพระเจ้าและเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา(กดว.14) เปาโลยังได้บอกผู้เชื่อในเมืองโครินธ์ว่า “เหตุการณ์เหล่านี้ได้บังเกิดแก่เขาเพื่อเป็นตัวอย่าง และได้บันทึกไว้เพื่อเตือนสติเราทั้งหลาย ซึ่งกำลังประสบวาระสุดท้ายแห่งบรรดายุคเก่า”(1 คร.10:11)

พระเจ้าทรงประทานพระคัมภีร์ให้กับเรา ส่วนหนึ่งเพื่อให้เราเรียนรู้จากประวัติศาสตร์ของประชากรของพระองค์ บทเรียนในพระคัมภีร์มีทั้งตัวอย่างและคำเตือนเพื่อป้องกันเราจากสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่อาจเกิดขึ้นและทำให้เรารู้จักการดำเนินชีวิตอย่างฉลาดขึ้น คำถามก็คือ เราจะเรียนรู้จากบทเรียนในอดีตหรือจะย่ำรอยเดิมของผู้ที่เคยทำผิดในอดีต – BC

ข้าแต่พระเจ้า ขอทรงสอนเรื่องราวในพระคำของพระองค์ เรารู้ว่าพระองค์
ทรงให้บันทึกไว้เพื่อสอนเราและให้สติปัญญาแก่เรา ขอทรงโปรด
ช่วยเราให้ตั้งใจสำแดงความรักต่อพระองค์ด้วยการเชื่อฟัง อาเมน

เราสามารถเรียนรู้บทเรียนที่มีค่าได้จากการพิจารณาชีวิต
ของประชากรของพระเจ้าซึ่งได้ผ่านพ้นไปแล้ว

ไม่ใช่ที่ฉันวางแผนไว้

18 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันศุกร์ที่ 18 พฤษภาคม 2012

อ่าน: สดุดี 37:1-8
จงสงบอยู่ต่อพระเจ้า – สดุดี 37:7

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 14-17,

ฉันไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่าชีวิตฉันจะเป็นอย่างนี้ ฉันอยากแต่งงานตอนอายุ 19 ปีมีลูกสักครึ่งโหล และเป็นแม่บ้าน ดูแลลูกๆ แต่กลับไม่เป็นเช่นนั้น ฉันไปทำงาน แต่งงานตอนอายุสี่สิบกว่า และไม่มีลูก ฉันหวังอยู่นานหลายปีว่าพระธรรมสดุดี 37:4 อาจจะเป็นพระสัญญาที่พระเจ้ายืนยันกับฉันว่า “พระองค์จะประทานตามใจปรารถนาของท่าน”

แต่พระเจ้าไม่ได้ “ทรงกระทำให้สำเร็จ” เสมอไป (สดุดี 37:5) และบางครั้งความปรารถนาที่ไม่เป็นจริงก็ทำให้ฉันรู้สึกเศร้า ชีวิตของคุณก็อาจจะเป็นเหมือนฉันที่ผกผันไปจากที่วางแผนไว้ พระธรรมสดุดี 37 ได้ให้ข้อคิดบางประการที่อาจจะเป็นประโยชน์ (แม้ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบระหว่างเรากับคนชั่วก็ตาม)

จากสดุดี 37:4 เราได้เรียนรู้ว่า ความปรารถนาที่ไม่เป็นจริงไม่จำเป็นต้องพรากความสุขไปจากชีวิตเรา เมื่อเรารู้จักน้ำพระทัยของพระเจ้า พระองค์จะกลายมาเป็นความชื่นชมยินดีของเรา

“จงมอบทางของท่านไว้กับพระเจ้า” (สดุดี 37:5) คำว่ามอบ (commit) หมายถึง “กลิ้ง” เฮอร์เบิร์ต ล็อคเยียร์ ซึ่งเป็นอาจารย์สอนพระคัมภีร์กล่าวว่า “จงกลิ้งทางของท่านลงบนพระเจ้า” เหมือนคนที่วางภาระที่ตัวเองแบกรับไม่ไหวลงบนไหล่ของคนที่มีกำลังมากกว่า

“วางใจในพระองค์” (สดุดี 37:5) เมื่อเราฝากทุกสิ่งไว้กับพระเจ้าด้วยความเชื่อ

มั่น เราสามารถ “สงบอยู่ต่อพระเจ้า” (สดุดี 37:7) เพราะพระองค์กำลังนำสิ่งที่ดีที่สุดมาสู่ชีวิตของเรา – AMC

ข้าดำเนินบนถนนแห่งชีวา
แม้ข้างหน้าไม่เห็นเป็นเช่นไร
แต่ขอตามติดพระคริสต์เดินชิดใกล้
เพราะมั่นใจในแผนการทรงจัดวาง – Thiesen

ใจของมนุษย์กะแผนงานทางของเขา
แต่พระเจ้าทรงนำย่างเท้าของเขา – สุภาษิต 16:9

ที่สำหรับคุณ

17 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม 2012

อ่าน: ยอห์น 13:36-14:4
เมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเราเพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย – ยอห์น14:3

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 11-13,

สามีภรรยาคู่หนึ่งที่มีป้าซึ่งเป็นผู้สูงอายุมาอยู่ด้วย รู้สึกเป็นห่วงว่าท่านจะไม่รู้สึกสบายเหมือนอยู่บ้าน พวกเขาจึงเนรมิตห้องหนึ่งในบ้านของพวกเขา ให้เหมือนกับห้องนอนที่บ้านของท่าน เมื่อท่านมาถึง ท่านรู้สึกว่าเครื่องเรือนภาพที่แขวนบนฝาผนัง และสิ่งท่านชื่นชอบล้วนแต่ทำให้ท่านรู้สึกได้รับการ “ต้อนรับกลับบ้าน!”

ในยอห์น 13:36-14:4 เป็นเรื่องราวที่พระเยซูตรัสกับสาวกถึงการสิ้นพระชนม์ของพระองค์เพื่อเตรียมพวกเขาให้พร้อมรับเหตุการณ์นั้นเมื่อซีโมน เปโตร ถามพระองค์ว่า “พระองค์จะเสด็จไปที่ไหน” พระเยซูตรัสตอบว่า “ที่ซึ่งเราจะไปนั้น ท่านจะตามเราไปเดี๋ยวนี้ไม่ได้ แต่ภายหลังท่านจะตามไป” (ยอห์น 13:36) พระเยซูตรัสกับเปโตรโดยตรง (และหมายรวมถึงทุกคนที่ติดตามพระองค์ด้วย) ว่า “ในพระนิเวศของพระบิดาเรามีที่อยู่เป็นอันมาก ถ้าไม่มีเราคงได้บอกท่านแล้วเพราะเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านทั้งหลายเมื่อเราไปจัดเตรียมที่ไว้สำหรับท่านแล้ว เราจะกลับมาอีกรับท่านไปอยู่กับเราเพื่อว่าเราอยู่ที่ไหนท่านทั้งหลายจะได้อยู่ที่นั่นด้วย” (ยอห์น 14:2-3)

สวรรค์เป็นที่ที่ผู้เชื่อจากทุกเผ่าพันธุ์และทุกชนชาติมารวมเป็นครอบครัวเดียวกัน และยังเป็นบ้านของพระบิดาของเราอีกด้วย ซึ่งในบ้านหลังนั้นพระองค์กำลังเตรียมที่ไว้ให้คุณโดยเฉพาะ

เมื่อคุณไปถึงสวรรค์และพระเยซูทรงเปิดประตูต้อนรับ คุณจะรู้ว่าคุณมาถึงบ้านแล้ว – DCM

บ้านฉันนั้นอยู่สวรรค์ ณ เบื้องบน
เป็นไทพ้นจากบาปทุกข์โศกศัลย์
ที่พำนักแห่งรักแท้นิรันดร์
ออกแบบและสร้างเพื่อฉันได้พักพิง – Bennett

คำว่าสวรรค์สำหรับคริสเตียนสะกดว่า
บ้ – า – น

พูดคุยอย่างกล้าหาญ

16 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม 2012

อ่าน: กาลาเทีย 2:11-21
แต่เมื่อเคฟาสมาถึงอันทิโอกแล้ว ข้าพเจ้าก็ได้คัดค้านท่านซึ่งๆหน้าเพราะว่าท่านทำผิดแน่ -กาลาเทีย2:11

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 8-10 ,

เป็นไปได้หรือไม่ที่ความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยีด้านการสื่อสาร ทำให้เราเผชิญหน้ากับคนอย่างเหมาะควรไม่เป็น? ปัจจุบันนายจ้างสามารถส่งจดหมายอิเลคทรอนิคแจ้งการปลดพนักงานได้ และผู้คนสามารถวิจารณ์คนอื่นได้บนเฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ แทนที่จะพูดกันหน้าต่อหน้า อาจจะดีกว่าถ้าเราเลิกการสื่อสารอย่างนั้น และหันมาเลียนแบบวิธีที่เปาโล สื่อสารกับเปโตรเมื่อทั้งสองมีความขัดแย้งกัน

เปาโลต้องเผชิญหน้ากับเปโตร เมื่อท่านกลับกลอก(กท.2:11-16)เปโตรเคยสามัคคีธรรมกับพวกต่างชาติ แต่เมื่อพวกยิว(ซึ่งเชื่อว่าคนบาปจะรอดได้โดยทางพระเยซูและการรักษาธรรมบัญญัติของโมเสส)เดินทางมาถึง ท่านก็แยกตัวจากพวกต่างชาติ ท่านไม่ยอมรับพวกเขา แต่ก็ประกาศว่าเป็นหนึ่งเดียวกับพวกเขาเมื่อเปาโลเห็นความหน้าซื่อใจคดเช่นนี้ ท่านจึงเผชิญหน้ากับเปโตรด้วยความรักและความรู้สึก ที่รุนแรงต่อการที่เปโตรประนีประนอมตามระบบธรรมบัญญัติที่ไม่มีฤทธิ์อำนาจเปลี่ยนแปลงชีวิตท่านตักเตือนเปโตรอย่างจริงจังว่าพระคุณนำไปสู่เสรีภาพจากการเป็นทาสบาป และนำไปสู่การเชื่อฟังพระเจ้า

การพูดคุยอย่างเปิดอกกับพี่น้องคริสเตียนอาจเป็นเรื่องยาก แต่จะส่งเสริมให้เกิดความบริสุทธิ์และความเป็นเอกภาพ เราสามารถแสดงความรับผิดชอบต่อกันและกันด้วยการพูดความจริงด้วยใจรัก (อฟ.4:15) โดยการดำเนินท่ามกลางฤทธิ์อำนาจแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ – MW

ขอให้ข้ากล้าหาญพร้อมตักเตือน
หากผองเพื่อนคริสเตียนเขาหลงไป
อ่อนสุภาพช่วยเหลือเขาเอาใจใส่
นำเขาให้กลับมาเดินในหนทาน –Sper

คำพูดที่ผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดีจะมีน้ำหนัก

มองเห็นทั้งใกล้และไกล

15 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันอังคารที่ 15 พฤษภาคม 2012

อ่าน: สดุดี 145
พระเจ้าทรงสถิตใกล้ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์ – สดุดี 145:18

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 5-7,

การมีตาที่ปกติดีทั้งสองข้างยังไม่เพียงพอที่จะทำให้มองเห็นชัดเจน ฉันเข้าใจเรื่องนี้จากประสบการณ์ หลังจากที่รับการผ่าตัดหลายครั้งเพื่อรักษาเรตินาที่ฉีกขาด ตาแต่ละข้างมองเห็นได้อย่างชัดเจนแต่ไม่ทำงานประสานกัน ตาข้างหนึ่งจะมองไปไกล ขณะที่อีกข้างหนึ่งจะมองแต่ใกล้ๆ แทนที่จะทำงานประสานกัน แต่ละข้างต่างก็แข่งกัน ตาของฉันไม่สามารถหาจุดโฟกัสได้ จนกระทั่งฉันได้แว่นสายตาใหม่มาช่วยในอีกสามเดือนต่อมา

มุมมองที่เรามีต่อพระเจ้าก็อาจเป็นเช่นนี้บางคนมุ่งจุดสนใจไปที่พระเจ้าได้ดีเมื่อมองพระองค์ใน “ระยะใกล้” คือ เมื่อพวกเขาคิดว่าพระองค์ทรงอยู่ใกล้ชิดพวกเขาในชีวิตประจำวันส่วนคริสเตียนบางคนมองเห็นพระเจ้าได้ชัดเจนกว่า เมื่อมองพระองค์จาก “ระยะไกล” หรือเหนือกว่าสิ่งใดๆ ที่เราจะจินตนาการได้เป็นผู้ที่ครอบครองจักรวาลด้วยฤทธานุภาพและความยิ่งใหญ่

ในขณะที่ยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่ามุมมองไหนดีที่สุด พระคัมภีร์จะเป็นแว่นสายตาที่ช่วยให้เรามองเห็นว่าทั้งสองมุมมองนั้นล้วนถูกต้อง กษัตริย์ดาวิดนำเสนอทั้งสองมุมมองไว้ในสดุดี 145 “พระเจ้าทรงสถิตใกล้ทุกคนที่ร้องทูลพระองค์” (สดุดี 145:18) และ “พระเจ้านั้นยิ่งใหญ่ และสมควรจะสรรเสริญอย่างยิ่งความใหญ่ยิ่งของพระองค์นั้นเหลือจะหยั่งรู้” (สดุดี 145:3)

ขอบคุณพระบิดาแห่งฟ้าสวรรค์ที่ทรงอยู่ใกล้พอที่จะได้ยินคำอธิษฐานของเราและทรงฤทธานุภาพยิ่งใหญ่จนกระทั่งทรงตอบสนองทุกความต้องการของเราได้ – JAL

องค์พระเจ้าสูงส่งทรงราศี ทรงสดับถ้อยวจีข้าอธิษฐาน
ทรงฤทธาเมตตาทุกวาน เราเบิกบานได้อยู่ในร่มพระคุณ – Sper

พระเจ้าทรงยิ่งใหญ่พอที่จะทรงดูแล
ในความต้องการที่เล็กน้อยที่สุด

กังหันลมเก่าแก่

14 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันจันทร์ที่ 14 พฤษภาคม 2012

อ่าน: กาลาเทีย 6:6-10
ผู้ที่วางใจในเราตามที่มีคำเขียนไว้แล้วว่า “แม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิต จะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น” – ยอห์น7:38

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: โยบ 1-4,

ชายคนหนึ่งซึ่งเติบโตมาในฟาร์มปศุสัตว์ในเวสท์เท็กซัส เล่าถึงกังหันลมเก่าแก่สภาพทรุดโทรมที่ตั้งตระหง่านอยู่ข้างโรงนาของครอบครัว และช่วยวิดน้ำเข้านาของพวกเขานั่นเป็นแหล่งน้ำเพียงแหล่งเดียวสำหรับพื้นที่ไกลหลายกิโลเมตร

กังหันลมจะทำงานได้ดีในช่วงที่ลมแรง แต่ในช่วงที่ลมแผ่วๆ กังหันจะไม่หมุน ต้องอาศัยมือช่วยหมุนใบพัดไปเรื่อยๆ จนกว่ามีลมพัดมากังหันลมจะส่งน้ำเข้านาได้ก็ต่อเมื่ออยู่ในทิศทางที่เหมาะสม

ผมคิดถึงเรื่องนี้เมื่อมีโอกาสพบกับบรรดาศิษยาภิบาลจากคริสตจักรขนาดเล็ก หลายคนรู้สึกโดดเดี่ยวและขาดคนสนับสนุน เป็นคนที่คอยดูแลคนอื่น แต่กลับดูเหมือนไม่มีใครเหลียวแล ดังนั้นพวกเขาจึงเริ่มอ่อนล้าและพยายามดิ้นรนเพื่อหาน้ำธำรงชีวิตให้กับฝูงแกะของตน ผมอยากเล่าให้พวกเขาฟังถึงกังหันลมเก่าแก่กับความจำเป็นที่เราจะต้องปรับทิศทางใหม่ทุกวัน เพื่อหันมาหาพระเจ้าและพระคำของพระองค์ และดื่มจากพระองค์ผู้ทรงเป็นแหล่งน้ำธำรงชีวิต

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับศิษยาภิบาลเท่านั้น แต่กับเราทุกคนด้วย การปรนนิบัติพระเจ้าจะต้องหลั่งไหลจากภายในสู่ภายนอก พระเยซูตรัสว่า“ผู้ที่วางใจในเรา…แม่น้ำที่มีน้ำธำรงชีวิตจะไหลออกมาจากภายในผู้นั้น” (ยอห์น7:38) เราจะแตะต้องชีวิตของผู้อื่นได้ ก็ต่อเมื่อพระเจ้าตรัสกับส่วนลึกในจิตใจของเรา จงกลับมาหาแหล่งแห่งชีวิตอยู่เสมอเพื่อเราจะช่วยผู้อื่นให้มีกำลังขึ้นใหม่ได้ – DHR

ยามจิตใจหดหู่และเหนื่อยอ่อน จิตวิญญาณแคลนคลอนแทบมืดมิด
ยังวางใจดำเนินใกล้ติดสนิท องค์พระคริสต์ทรงนำหน้าตลอดทาง – Anon.

หากคุณรู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการดิ้นรนในชีวิต
จงแสวงหากำลังในองค์พระผู้เป็นเจ้า

สตรีที่ทรงอิทธิพล

13 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันอาทิตย์ที่ 13 พฤษภาคม 2012

อ่าน: สุภาษิต 31:10-31
เธอดูแลการงานในครัวเรือนของเธอ และไม่ชุบมือเปิบ – สุภาษิต 31:27

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 8-10,

ในยุคแรกที่มีการปฏิรูปศาสนาคริสต์นิกายโปรแตสแตนท์ในยุโรป คาธารีนา ฟอนบอรา อดีตแม่ชี ได้แต่งงานกับมาร์ติน ลูเธอร์(1625) มีหลายคนพูดว่าทั้งคู่มีชีวิตสมรสที่มีความสุขมาก ลูเธอร์กล่าวว่า “ไม่มีความผูกพันใดใดในโลกที่จะหวาน หรือการแยกจากกันใดใดที่จะขมเท่ากับความผูกพันและการแยกจากที่เกิดขึ้นในชีวิตสมรสที่ดี”

คาธารีนาตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อดูแลการงานของเธอ ลูเธอร์จึงเรียกเธอว่า “แม่ดาวประจำรุ่งแห่งวิทเทนเบอร์ก” เธอทำงานหนักดูแลพืชผักสวนครัวและสวนผลไม้ นอกจากนี้ เธอยังดูแลธุรกิจครอบครัว รวมทั้งบ้านและทรัพย์สินของลูเธอร์อีกด้วย ทั้งสองคนมีลูก 6 คน และคาธารีนารู้สึกว่าบ้านเป็นเหมือนกับโรงเรียนพัฒนาลักษณะนิสัย การที่เธอทำงานหนักและดูแลครอบครัวทำให้เธอกลายเป็นสตรีที่มีอิทธิพลต่อผู้อื่น

ดูเหมือนคาธารีนาจะมีลักษณะเหมือนกับสตรีที่กล่าวไว้ในพระธรรมสุภาษิต 31 แท้จริงเธอที่ดีเลิศโดยแท้ เธอ “ลุกขึ้นตั้งแต่ยังมืดอยู่” และ “จัดอาหารให้ครัวเรือนของเธอ” (สุภาษิต 31:15) นอกจากนี้ เธอยัง “ดูแลการงานในครัวเรือนของเธอ และไม่ชุบมือเปิบ” (สุภาษิต 31:27)

เราสามารถเรียนรู้เรื่องความรัก ความขยันหมั่นเพียร และความยำเกรงพระเจ้าที่สตรีผู้ทรงอิทธิพลพึงมี ได้จากแบบอย่างชีวิตของคาธารีนา – HDF

พระบิดาเจ้าข้า ขอบคุณพระองค์ที่ทรงให้แม่และภรรยามีอิทธิพลต่อชีวิต
ของข้าพระองค์ ข้าพระองค์ปรารถนาที่จะมีอิทธิพลในชีวิตของผู้อื่นเช่นกัน
เพื่อจะนำพวกเขามาถึงพระองค์ ข้าพระองค์ตระหนักว่าข้าพระองค์ต้องการ
ฤทธิ์อำนาจจากพระวิญญาณของพระองค์เพื่อจะทำสิ่งนั้นได้
ขอทรงโปรดเติมข้าพระองค์และใช้ข้าพระองค์เถิด

แม่ที่ดีไม่ใช่แค่บอกว่าเราจะต้องดำเนินชีวิตอย่างไร
แต่ทำให้เราดูด้วย

อยู่นอกเรือ

12 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันเสาร์ที่ 12 พฤษภาคม 2012

อ่าน: สดุดี 107:23-32
คนเหล่านั้นถูกซัดขึ้นไปสู่ท้องฟ้า และลงไปสู่ที่ลึก – สดุดี 107:26

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 4-7,

คาทสึ โฮะคุไซ เป็นศิลปินที่โด่งดังและมีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งในประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นในช่วงปี 1826-1833 ขณะที่เขามีอายุราว 65-70 ปี เขาได้สร้างสรรค์ผลงานที่ยิ่งใหญ่เป็นงานพิมพ์สีบนแผ่นไม้ ที่ใช้ชื่อว่า 36 มุมมองของภูเขาฟูจิ ยังมีภาพวาดซึ่งเป็นงานชิ้นเอกของเขา ที่มีชื่อว่า คลื่นยักษ์นอกชายฝั่งคานางาวา ซึ่งโฮะคุไซวาดในช่วงที่เขาประสบกับวิกฤตการณ์ด้านการเงินและความรู้สึก เป็นภาพของกำแพงน้ำซึ่งมีฟองคลื่นอยู่ตรงปลายยอดคล้ายกรงเล็บกำลังจะตะปบลงมาที่เรือเล็กสามลำที่มีฝีพายอยู่เต็มลำเรือ

สดุดีบทที่ 107 ก็บอกถึงเรื่องราวของคนที่กำลังประสบกับหายนะทางทะเล ขณะที่ลอยอยู่บนคลื่น “คนเหล่านั้นถูกซัดขึ้นไปสู่ท้องฟ้าและลงไปสู่ที่ลึก” และด้วยเหตุนี้ “ใจของเขาฝ่อไปในเหตุการณ์ร้ายของเขา” (สดุดี 107:26) ในที่สุด กะลาสีเรือจึงส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือไปยังพระเจ้า และพระองค์ทรงตอบเขาโดยการทำให้ทะเลสงบลงและนำเขาไปยังจุดหมายปลายทาง (สดุดี 107:28-30)

เมื่อเราเผชิญกับสถานการณ์ที่สิ้นหวัง เรามักจะมองหาคนที่จะให้คำแนะนำและคำหนุนใจ แต่พวกเขาก็อยู่ในเรือลำเดียวกันกับเราและถูกซัดไปมาอยู่ในมหาสมุทรของชีวิตเช่นกัน มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่อยู่นอกเรือพระองค์ทรงครอบครองอยู่ และทรงมั่นคงและเข้มแข็งพอที่จะสงบคลื่นลมได้ (สดุดี 107:24-25,29) คุณกำลังเผชิญปัญหาอยู่หรือไม่? จงร้องหาพระองค์! – JBS

 

สิ่งที่ท่านยึดเหนี่ยวในจิตใจ
เปรียบได้ดังสมอชัยของชีวี
ยามเผชิญคลื่นผันแปรแรงเหลือที่
สมอนี้หลุดลอยไปหรือมั่นคง – Owens

เรานมัสการพระเจ้าผู้ทรงยิ่งใหญ่กว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของเรา

ความรู้สึกห่วงใย

11 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันศุกร์ที่ 11 พฤษภาคม 2012

อ่าน: กาลาเทีย 2:1-10
บุคคลผู้บีบบังคับคนยากจนดูถูกพระผู้สร้างของเขา แต่บุคคลที่เอ็นดูต่อคนขัดสนก็ถวายเกียรติแด่พระองค์ – สุภาษิต14:31

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสเธอร์ 1-3,

สถิติตัวเลขให้ข้อมูลกับเรา แต่บางครั้งอาจพลิกแพลงทำให้เราไม่ค่อยใส่ใจผู้คนที่ถูกกล่าวถึงในสถิติ เมื่อไม่นานมานี้ ผมรู้สึกเช่นนั้นขณะที่อ่านสถิติที่ว่า มีคน 15 ล้านคนที่เสียชีวิตเพราะความหิวโหย เป็นเรื่องที่โหดร้ายและสำหรับพวกเราที่อยู่ในวัฒนธรรมที่มีเหลือเฟือ การจะเข้าใจเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ในปี 2008 มีเด็กเกือบ 9 ล้านคนเสียชีวิตก่อนอายุ 5 ขวบ โดย 1 ใน 3 ของเด็กเหล่านั้นเสียชีวิตเพราะความอดอยาก นั่นเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ แต่นี่ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลข แต่ที่เด็กเหล่านั้นเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงรัก

เราสามารถสำแดงพระทัยแห่งความรักของพระบิดาได้ด้วยการให้ความช่วยเหลือผู้คนทางฝ่ายร่างกาย ซาโลมอนกล่าวว่า “บุคคลผู้บีบบังคับคนยากจน ดูถูกพระผู้สร้างของเขา แต่บุคคลที่เอ็นดูต่อคนขัดสนก็ถวายเกียรติแด่พระองค์” (สภษ.14:31) เราสามารถสำแดงความเมตตาต่อผู้ที่ขัดสนได้ด้วยการอาสาช่วยทำอาหาร หางานให้ บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนการขุดบ่อน้ำในที่ที่ขาดแคลนน้ำสะอาด แจกอาหารให้กับชุมชนที่ยากจน สอนผู้คนให้ค้าขาย หรือเลี้ยงอาหารกลางวันเด็ก

การมีส่วนรับผิดชอบในสิ่งเหล่านี้เป็นการถวายเกียรติแด่พระบิดาและเห็นพ้องกับพระองค์ผู้ทรงห่วงใยมนุษย์ทุกคน คนที่หิวอาจได้ยินพระกิตติคุณชัดเจนขึ้นเมื่อเขาอิ่มท้องแล้ว – BC

หากพระเจ้าจะบันดาลตามใจฉัน
เป็นของขวัญหนึ่งอย่างประทานให้
จะทูลขอความรักเต็มล้นใจ
ที่หลั่งไหลออกไปสู่ปวงชน – Verway

ยิ่งเราเข้าใจความรักของพระเจ้าที่ทรงมีต่อเรามากเท่าไร
ก็จะยิ่งสำแดงความรักของเราต่อผู้อื่นมากขึ้นเท่านั้น

การขอโทษ

10 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันพฤหัสบดีที่ 10 พฤษภาคม 2012

อ่าน: มัทธิว 5:21-26
เหตุฉะนั้น ถ้าท่าน…ระลึกขึ้นได้ว่า พี่น้องมีเหตุขัดเคืองข้อหนึ่งข้อใดกับท่านจง…กลับไปคืนดีกับพี่น้องผู้นั้นเสียก่อน – มัทธิว5:23-24

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 10-13,

มาร์คกำลังมีปัญหา เขามาถึงร้านอาหารที่เขานัดเพื่อนที่คริสตจักรไว้ช้าไปหนึ่งชั่วโมง เพื่อนของเขากลับไปแล้วและมาร์ครู้สึกเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เขาซื้อบัตรกำนัลสำหรับการรับประทานอาหารจากที่ร้าน และแวะไปที่ร้านขายบัตรอวยพรแถวนั้นเพื่อหาซื้อแผ่นการ์ดเขียนคำขอโทษ เขาต้องประหลาดใจที่พบการ์ดซึ่งมีข้อความว่า “เสียใจในสิ่งที่ทำลงไป” วางอยู่ในจุดที่ไม่ค่อยมีใครสังเกต และมีอยู่เพียงไม่กี่ใบจากการ์ดนับร้อยใบที่วางจำหน่าย เขารีบซื้อการ์ดใบนั้นและมอบให้กับเพื่อน ซึ่งก็ยอมรับคำขอโทษของเขา

แม้ว่าการ์ดขอโทษจะไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่คำขอโทษเป็นสิ่งที่เราจำเป็นต้องใช้บ่อยๆ ในความสัมพันธ์ การขอโทษเป็นการปฏิบัติตามพระคัมภีร์ พระเยซูสั่งสาวกของพระองค์ให้คืนดีกับคนที่เราทำผิดด้วย (มธ.5:23-24; 18:15-20)และอัครทูตเปาโลกล่าวว่า “ถ้าเป็นได้ คือเท่าที่เรื่องขึ้นอยู่กับท่าน จงอยู่อย่างสงบสุขกับทุกคน” (รม.12:18) การจะอยู่อย่างสงบสุขได้อาจจำเป็นต้องมีการกล่าวขอโทษ

การขอโทษอาจเป็นเรื่องยาก เพราะต้องอาศัยจิตใจที่ถ่อมลงที่จะยอมรับความผิดพลาด ซึ่งอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นเองในตัวเรา แต่การแสดงความรับผิดชอบต่อความผิดที่เราทำลงไป นำมาซึ่งการเยียวยารักษาและการฟื้นความสัมพันธ์

คุณเคยมีปัญหากับใครหรือไม่? จงกลืนความเย่อหยิ่งและเป็นฝ่ายริเริ่มแม้ว่าคุณจะไม่มีการ์ดที่จะช่วยพูดแทนคุณก็ตาม – AMC

หากมีเรื่องขุ่นเคืองกับผู้ใด กล่าวขอโทษแก้ไขอย่างสมควร
ยอมรับเรื่องผิดพลั้งเรามีส่วน ไม่ต้องชวนทะเลาะเบาะแว้งกัน – Sper

วิธีที่ดีที่สุดที่จะช่วยยุติการโต้เถียงคือ
การขอโทษ

สร้างชีวิตที่มีความหมาย

9 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันพุธที่ 9 พฤษภาคม 2012

อ่าน: 1 โครินธ์ 3:9-17
ข้าพเจ้าได้วางรากลงแล้ว…ขอทุกคนจงระวังให้ดีว่าเขาจะก่อขึ้นมาอย่างไร – 1โครินธ์3:10

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 7-9,

หลานๆของผมชอบเล่นเลโก้ ตัวต่อพลาสติกสีสันสดใสเหล่านี้ ทำให้พวกเขามีจินตนาการในการก่อสร้างป้อมปราการ เครื่องบิน บ้านหรืออะไรก็ตามที่บอกไว้ในคำแนะนำที่มากับของเล่น

เมื่อตัวเลโก้ในกล่องถูกเทลงบนพื้น หลานของผมก็เริ่มนำแต่ละชิ้นมาประกอบเข้าด้วยกันแต่ไม่นาน พวกเขาก็คิดว่า ไม่จำเป็นต้องทำตามคำแนะนำที่มากับของเล่น ในที่สุดพวกเขาก็รู้ว่าการประกอบเลโก้ตามสัญชาตญาณของพวกเขาเองไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดี ดังนั้น พวกเขาจึงรื้อออกและเริ่มประกอบใหม่ แต่ครั้งนี้พวกเขารู้แล้วว่าการปฏิบัติตามคำแนะนำนั้นสำคัญเพียงใด

คุณต้องการแยกชิ้นส่วนในชีวิตของคุณออกจากกันแล้วนำมาประกอบใหม่ตามคำแนะนำของพระเจ้าหรือไม่? ถ้าคุณมีพระเยซูคริสต์เป็นรากฐานที่คุณยึดมั่น ก็จงเริ่มดำเนินชีวิตตามพิมพ์เขียวของพระองค์ เปาโลกล่าวว่า “ขอทุกคนจงระวังให้ดีว่าเขาจะก่อขึ้นมาอย่างไร” บนรากฐานนี้ (1 คร.3:10-11)พิมพ์เขียวที่ว่าคืออะไร? จงให้เกียรติผู้อื่นด้วยการถ่อมตัวลงปรนนิบัติพวกเขา (ฟป.2:3-4) จงให้ด้วยใจกว้างขวางแก่ผู้ที่ขัดสน (ยก.2:14-17) จงตอบสนองด้วยความรักต่อผู้ที่ทำผิดต่อคุณ (รม.12:14-21) นี่เป็นเพียงตัวอย่างของสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้คุณก่อขึ้นในชีวิตที่ควรค่าแก่การเป็นวิหารของพระองค์ (1 คร.3:16) – JS

เพราะพระคุณและการให้อภัยที่พระองค์ทรงสำแดงแก่ข้าพระองค์
ข้าแต่พระเจ้า ข้าพระองค์ปรารถนาจะดำเนินชีวิตให้สมกับที่ได้รู้จักพระองค์
ขอโปรดช่วยให้ข้าพระองค์กระทำตามแผนการต่างๆ
ที่พระองค์ทรงวางไว้ในพระวจนะของพระองค์ อาเมน

พระคัมภีร์เป็นพิมพ์เขียวของคริสเตียนสำหรับสร้างชีวิต

ฉันอยู่ที่นี่

8 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันอังคารที่ 8 พฤษภาคม 2012

อ่าน: 1 ยอห์น 3:16-23
จงอ้าปากของเจ้า พิพากษาอย่างชอบธรรม รักษาสิทธิของคนจนและคนขัดสนให้คงอยู่ – สุภาษิต31:9

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 4-6,

ขณะที่แกรี่กำลังรอให้ผู้พิพากษาพิจารณาคดีของตนอยู่ในศาล เขาก็ได้รับฟังเรื่องราวเรื่องแล้วเรื่องเล่าของผู้คนที่ต้องสูญเสียบ้านเรือนของตน มีหลายคนที่ดำเนินการตามขั้นตอนของศาลราวกับคุ้นเคยเป็นอย่างดี แต่มีผู้หญิงคนหนึ่งชื่อ เลสลี่ ที่ดูเหมือนจะสับสนงุนงงแกรี่สัมผัสได้ว่าเธอไม่รู้ว่าต้องทำอะไร หรือขอความช่วยเหลือจากที่ไหน

เขาพยายามหยุดเสียงเรียกร้องในใจที่อยากให้ความช่วยเหลือผู้หญิงคนนั้น แต่เขาทำไม่ได้เขาพยายามหาเหตุผลสารพัดที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เหตุผลแรกคือ เขาไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้า เหตุผลที่สอง เขากลัวคนเข้าใจผิด แต่เขาคิดว่าเสียงเรียกร้องนั้นมาจากพระเจ้า และเขาไม่อยากเสี่ยงที่จะไม่เชื่อฟังพระองค์

เมื่อแกรี่เห็นเลสลี่เดินออกไปจากห้องพิจาร-ณาคดี เขาจึงเข้าไปบอกกับเธอว่า “ขอโทษนะครับ ผมได้ยินคำให้การของคุณในศาลและผมเชื่อว่าพระเจ้าต้องการให้ผมช่วยเหลือคุณ”

ตอนแรกเลสลี่รู้สึกไม่แน่ใจ แต่แกรี่ยืนยันว่าเขาบริสุทธิ์ใจ เขาโทรศัพท์ติดต่อและแนะนำเธอให้รู้จักกับคนในคริสตจักรที่ช่วยให้เธอไม่ต้องสูญเสียบ้านไป

พระเจ้าทรงเรียกเราให้ทำหน้าที่อย่างกระตือรือร้น (1 ยน.3:18) เมื่อเรารู้สึกว่าพระเจ้ากำลังเรียกร้องให้เราเข้าช่วยเหลือบางคน เราควรจะเต็มใจพูดว่า “ฉันเชื่อว่าพระเจ้าต้องการให้ฉันช่วยเหลือคุณ” – JAL

พระเจ้าเรียกฉันวันนี้
ผู้ที่เป็นลูกความสว่าง
ให้เริ่มรับใช้ทุกทาง
สิ่งใดบ้างทำได้ให้ลงมือ – Hess

เมื่อเราปรนนิบัติผู้อื่น
เรากำลังทำดีที่สุดเท่าที่เราจะทำได้

เวลาของพระเจ้า

7 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันจันทร์ที่ 7 พฤษภาคม 2012

อ่าน: อพยพ 13:17-22
ด้วยว่าไม่ว่าอะไรทั้งนั้นย่อมมีวาระและวิธีการ – ปัญญาจารย์ 8:6

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เนหะมีย์ 1-3,

คริสตจักรของศิษยาภิบาลอ็อดลีย์ แบล็คทางชายฝั่งภาคใต้ของประเทศจาไมกาได้ดำเนินโครงการก่อสร้างอาคารคริสตจักรมาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ผมเดินทางไปเยี่ยมและเห็นว่าคริสตจักรกำลังขยาย ครั้งสุดท้ายที่ผมไปที่นั่น คือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2011 ผมเห็นกำแพงสร้างเสร็จบางส่วน และภายในฤดูร้อนของปีนั้น พวกเขาก็เริ่มมุงหลังคา เมื่อผมพูดกับศิษยาภิบาลแบล็คว่า การก่อสร้างคงจะเสร็จภายในปี 2013 ซึ่งเป็นช่วงที่ผมคิดว่าจะกลับไปที่นั่นอีกครั้ง เขาตอบว่าอาจจะเป็นไปได้

ไม่มีวี่แววของความผิดหวังให้เห็น แม้ว่าโครงการนี้อาจจะต้องใช้เวลานานถึง 8 ปี หรือมากกว่านั้น! ไม่มีเลย ศิษยาภิบาลแบล็คและสมาชิกต่างก็ตื่นเต้นในสิ่งที่พระเจ้ากำลังทำและพวกเขารอคอยเวลาของพระองค์ด้วยความอดทน

พวกเรามักไม่ค่อยอดทนขนาดนั้น เราอยากให้คริสตจักรของเราเติบโตอย่างรวดเร็ว อนุชนมีวุฒิภาวะขึ้นในทันที และปัญหาของเราแก้ไขเสร็จในวันนี้

บางทีเราอาจจะต้องเตือนตัวเองว่าบางอย่างต้องใช้เวลา เป็นไปตามเวลาของพระเจ้า เช่น เมื่ออิสราเอลอพยพออกจากอียิปต์เป็นครั้งแรก พระเจ้าทรงส่งพวกเขาไปบนเส้นทางสายยาวไปสู่แผ่นดินที่ทรงสัญญาไว้ (อพย.13:17-18) ในช่วงเวลาดังกล่าว พระองค์ทรงเตรียมชีวิตพวกเขา สอนและท้าทายเขา

ในโลกยุคไมโครเวฟ เราต้องการทำทุกสิ่งให้เสร็จทันที แต่บางครั้งนั่นไม่ใช่แผนการของพระเจ้า จงแสวงหาความช่วยเหลือจากพระเจ้าและเรียนรู้ที่จะยอมรับเวลาของพระองค์ – JDB

วันต่อวันปีต่อปีทรงช่วยฉัน ไม่เพียงนั้นพระเจ้านำทุกก้าวย่าง
ทรงค่อยๆ เปิดเผยให้เห็นทาง ทรงสถิตเคียงข้างฉันวางใจ – Ryberg

ตารางเวลาของพระเจ้าอาจจะดูช้า
แต่จะมาถึงแน่นอน

คำเชิญของพระบิดา

6 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม 2012

อ่าน: เอเสเคียล 18:25-32
จงละทิ้งการกบฏทั้งสิ้นซึ่งเจ้าได้กบฏต่อเรา จงทำตัวให้มีจิตใจใหม่และวิญญาณใหม่ โอ พงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เจ้าจะตายเสียทำไมเล่า – เอเสเคียล18:31

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสรา 8-10,

พระธรรมเอเสเคียลในพันธสัญญาเดิมพูดถึงการพิพากษาของพระเจ้าต่อชนชาติที่มักกบฏของพระองค์ พระเจ้าเรียกพวกเขาว่า “ประชาชาติที่มักกบฏ ผู้ซึ่งได้กบฏต่อเรา” (เอเสเคียล 2:3) และประชาชนที่ “หน้าด้านและดื้อดึง” (เอเสเคียล 2:4) ภาพที่พระคัมภีร์บรรยายถึงความบาปของพวกเขาและภาพน่ากลัวของการพิพากษาลงโทษที่รุนแรงกำลังจะมาถึง กระนั้นก็ดี ในเวลาที่มืดมิดที่สุดที่พระเจ้าทรงคร่ำครวญเรื่องที่ประชากรของพระองค์ถูกจับไปเป็นเชลยในบาบิโลน ความรักของพระองค์ได้สาดส่องเข้ามา เมื่อพระองค์ทรงเรียกพวกเขาให้กลับมาเดินบนทางแห่งชีวิต

“จงละทิ้งการกบฏทั้งสิ้นซึ่งเจ้าได้กบฏต่อเราจงทำตัวให้มีจิตใจใหม่และวิญญาณใหม่ โอพงศ์พันธุ์อิสราเอลเอ๋ย เจ้าจะตายเสียทำไมเล่าพระเจ้าตรัสว่า เราไม่มีความพอใจในความตายของผู้หนึ่งผู้ใดเลย จงหันกลับและดำรงชีวิตอยู่” (เอเสเคียล 18:31-32)

พระเจ้าไม่ได้ต้องการให้เรารู้สึกแย่กับความล้มเหลวของตัวเองมากไปกว่านี้ หรือขอให้เราพยายามทำตามพระบัญชาของพระองค์มากขึ้น ตรงกันข้ามพระองค์ทรงเชื้อเชิญให้เราเข้ามารับกำลังและแรงบันดาลใจที่สดใหม่ ซึ่งได้แก่ “ใจใหม่และจิตวิญญาณใหม่” จากพระองค์ (เอเสเคียล 36:26-27)

หากคุณรู้สึกว่าหลงเจิ่นไปไกลจากพระเจ้าและพระองค์ทรงละทิ้งคุณแล้ว

ถึงเวลาที่คุณจะต้องยอมรับความจริง คุณจะยอมรับการเชื้อเชิญของพระบิดา

ที่ให้คุณ “หันกลับและดำรงชีวิตอยู่” หรือไม่? – DCM

หากคุณกำลังทรยศ ดวงจิตกบฏดื้อรั้น
ทั้งรู้ว่าเดินทางตัน จงหันกลับสู่พระคุณ
พระเจ้าจะทรงอภัย ปลอบใจให้ความอบอุ่น
พระองค์ผู้ทรงการุณย์ มีหวังในคุณเรื่อยไป – Sper

หากคุณต้องการมีความสุขกับอนาคต
จงยอมรับการอภัยจากพระเจ้าสำหรับอดีต

ก่อนที่ท่านทูลขอ

5 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันเสาร์ที่ 5 พฤษภาคม 2012

อ่าน: มัทธิว 6:5-15
เพราะว่าสิ่งไรซึ่งท่านต้องการ พระบิดาของท่านทรงทราบก่อนที่ท่านทูลขอแล้ว – มัทธิว6:8

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสรา 5-7,

เพื่อนร่วมงานในพันธกิจอาร์บีซีสากล ได้แบ่งปันให้ผมฟังถึงความสุขที่เธอได้รับจากการแปลเอกสารหรือบทความต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับพระคัมภีร์ เธอกล่าวว่า เธอรู้สึกได้รับพระพรมากเพราะเธอเป็นคนแรกที่ได้มีโอกาสรับการสอนผ่านทางพระวจนะของพระเจ้าที่อยู่ในเอกสารหรือบทความเหล่านั้น ขณะที่แปล เธอกล่าวว่า “ฉันมักจะได้รับบางสิ่งที่ตรงกับความต้องการที่ฉันมีอยู่ในเวลานั้นพอดี” ในยามที่เธอต้องการถ้อยคำหนุนใจจากพระเจ้า เธอมักจะได้รับข้อพระคำที่ตรงกับสถานการณ์ของเธอพอดี

ขณะที่เธอเล่าเรื่องนี้ ผมก็คิดได้ว่าพระเจ้าทรงห่วงใยเราเสมอในหลากหลายวิธี ในฤดูต่างๆ ของชีวิต เราพบว่าตัวเองต้องเผชิญกับปัญหาในทุกรูปแบบ แต่เราไม่ได้เผชิญเพียงลำพัง พระเยซูคริสต์กล่าวว่า “เพราะว่าสิ่งไรซึ่งท่านต้องการ พระบิดาของท่านทรงทราบก่อนที่ท่านทูลขอแล้ว” (มธ.6:8)

ในช่วงเวลาที่เราต้องการความช่วยเหลือไม่ว่าด้านจิตวิญญาณ อารมณ์หรือร่างกาย เราสามารถพึ่งในความห่วงใยและความใส่ใจอย่างสัตย์ซื่อของพระบิดาได้ พระองค์ทรงรู้จักเราดีพอ จึงทรงเลือกเวลาที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้สิ่งที่ดีที่สุดแก่เราและช่วยให้เรามั่นใจในความห่วงใยของพระองค์“นกนั้นแม้สักตัวเดียวพระเจ้ามิได้ทรงลืมเลย ถึงผมของท่านทั้งหลายก็ทรงนับไว้แล้วทุกเส้น อย่ากลัวเลย ท่านทั้งหลายก็ประเสริฐกว่านกกระจาบหลายตัว” (ลก.12:6-7)

เราสามารถไว้วางใจในสติปัญญาที่เปี่ยมด้วยรักของพระองค์ได้ – BC

จิตใจฉันเต็มล้นด้วยพระคุณ
คอยค้ำจุนยามเหน็ดเหนื่อยภาระหนัก
งานน้อยใหญ่ฉันไม่ท้อเมื่อพิงพัก
อยู่ในรักพระเจ้าผู้เมตตา – Anon.

เวลาของพระเจ้าถูกต้องเสมอ

เรื่องของตระกูลไรท์

4 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม 2012

อ่าน: ปฐมกาล 1:1-23
นกจงบินไปมาข้ามฟ้าเหนือแผ่นดิน – ปฐมกาล 1:20

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: เอสรา 1-4,

เมื่อวันที่ 29 กันยายน 1909 ชายหนุ่มคนหนึ่งบินขึ้นไปบนท้องฟ้า ด้วยอุปกรณ์ที่มีรูปทรงประหลาด คล้ายว่าวกล่องขนาดยักษ์ เมื่อไปถึงความสูงระดับหนึ่ง นักบินก็สามารถควบคุมคันบังคับได้จนเขาบินอยู่เหนือท่าเรือนิวยอร์คได้ผู้คนต่างจ้องดูด้วยความประหลาดใจ ขณะที่เรือซึ่งจอดอยู่ที่ท่าพากันเปิดเสียงหวูดเรือเพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งนี้ ฝูงชนที่อยู่ใกล้กับอนุสาวรีย์เทพีเสรีภาพต่างส่งเสียงเชียร์ดังลั่นเมื่อได้เห็นภาพของวิลเบอร์ ไรท์ บินขึ้นสู่ท้องฟ้า

ออร์วิลล์ พี่ชายของวิลเบอร์ เป็นคนที่นำเครื่องบินลำแรกบินขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนหน้านี้หกปีเขาได้กล่าวถึงแรงดลใจที่จะบินของพวกเขาว่า“ความปรารถนาที่จะบิน เป็นแนวคิดที่ส่งทอดมาจากบรรพบุรุษของเราซึ่ง…มองดูด้วยความอิจฉาเวลาที่เห็นนกโผบินไปในอากาศอย่างอิสระ ด้วยความเร็วสูงสุด เหนืออุปสรรคทุกอย่าง บนท้องฟ้าอันเป็นทางหลวงที่ไร้ขอบเขต” พี่น้องตระกูลไรท์ได้ใช้เวลาพอสมควรในการศึกษาการบินของนกก่อนที่พวกเขาจะลงมือออกแบบเครื่องบิน

พระธรรมปฐมกาลกล่าวไว้ว่า “ในปฐมกาล พระเจ้าทรงเนรมิตสร้างฟ้าและแผ่นดิน” (ปฐมกาล 1:1) และพระเจ้าตรัสว่า “นกจงบินไปมาข้ามฟ้าเหนือแผ่นดิน” (ปฐมกาล 1:20) เรายกย่องในความสามารถด้านการประดิษฐ์ของพี่น้องตระกูลไรท์ แต่พระผู้สร้าง ผู้ทรงสร้างสรรพสัตว์ให้บินได้ตั้งแต่แรกเริ่มต่างหากที่สมควรได้รับเกียรติสูงสุด เพราะนกทุกตัวและสรรพสิ่งทั้งปวงล้วนถูกสร้างขึ้นโดยพระองค์! – HDF

ทั้งผืนนาป่าเขาลำเนาไพร ทุ่งกว้างใหญ่ไปถึงท้องธารา
นกบนฟ้าในวารีมีมัจฉา ต่างเรียกข้าร่วมสรรเสริญองค์เกรียงไกร –van Dyke

สรรพสิ่งทั้งปวงได้รับการออกแบบ
โดยนักออกแบบผู้ยิ่งใหญ่

เดินหนี ความกังวล

3 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันพฤหัสบดีที่ 3 พฤษภาคม 2012

อ่าน: อ่าน: ฟีลิปปี 4:1-9
อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใด ๆ เลย – ฟีลิปปี 4:6

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 33-36,

เมื่อไม่กี่ปีก่อน ผู้นำกลุ่มศึกษาพระคัมภีร์ได้ท้าทายเราให้ท่องจำพระคัมภีร์หนึ่งบทและท่องให้เพื่อนในกลุ่มฟัง ฉันเริ่มต่อต้านและโอดครวญ ท่องพระคัมภีร์ทั้งบทต่อหน้าคนอื่นหรือ? ฉันไม่ชอบการท่องจำเอาเสียเลย ฉันรู้สึกขยาดเมื่อนึกภาพตัวเองยืนนิ่งงันอยู่นาน ในขณะที่ทุกคนจับตามองฉัน เพื่อรอฉันพูดต่อ

ไม่กี่วันต่อมา ฉันเปิดพระคัมภีร์ผ่านๆ อย่างไม่ตั้งใจ เพื่อจะหาข้อพระคัมภีร์ที่จะท่องจำแต่ดูเหมือนไม่มีข้อไหนถูกใจจนกระทั่งฉันเปิดไปที่พระธรรมฟีลิปปีบทที่ 4

ฉันอ่านพระคัมภีร์ตอนนั้นเงียบๆ “อย่าทุกข์ร้อนในสิ่งใดๆ เลย แต่จงทูลเรื่องความปรารถนาของท่านทุกอย่างต่อพระเจ้า ด้วยการอธิษฐานการวิงวอน กับการขอบพระคุณ” (ฟีลิปปี 4:6) ตอนนั้นฉันจึงรู้ว่าฉันจะท่องข้อพระคัมภีร์บทไหนและจะหลุดจากความกังวลเรื่องการท่องจำ

พระเจ้าไม่ต้องการให้เราทนทุกข์กับเหตุการณ์ที่ยังไม่เกิดขึ้น เพราะความกังวลทำให้ชีวิตการอธิษฐานของเราหยุดชะงัก อัครทูตเปาโลย้ำเตือนเราว่าเราควรจะทูลขอความช่วยเหลือจากพระเจ้า เมื่อเราจัดการกับความกังวลด้วยวิธีนี้อยู่เสมอ สันติสุขของพระเจ้าก็จะครอบครองจิตใจและความคิดของเรา (ฟีลิปปี 4:7)

มีคนเคยกล่าวเล่นๆ ว่า “จะอธิษฐานไปทำไม ในเมื่อเรายังกังวลอยู่” จึงชัดเจนว่า ความกังวลไม่ได้พาเราไปไหน แต่การอธิษฐานทำให้เราเชื่อมต่อกับพระองค์ผู้ทรงสามารถจัดการกับความกังวลทั้งสิ้นของเราได้ – JBS

เมื่อเธอถูกกดดันจนเกินรับ
งานโถมทับแสนยุ่งพยุงไม่ไหว
มีแต่เมฆมืดมัวบังทั่วไป
ในหัวใจเริ่มกังวล ‘จงภาวนา’ – Anon.

เป็นไปไม่ได้ที่จะกำมือแน่นด้วยความกังวล
เวลาที่เราประนมมืออธิษฐานต่อพระเจ้า

ปรับรับคลื่น หรือยัง?

2 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันพุธที่ 2 พฤษภาคม 2012

อ่าน: ยอห์น 16:7-15
แต่องค์ผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์…จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่งและจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว – ยอห์น 14:26

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 30-32 ,

ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันจะไปอยู่บ้านคุณปู่คุณย่าทุกๆ ปิดเทอมหน้าร้อนละ 1-2 สัปดาห์ บ้านของท่านอยู่ในซอยตันซึ่งไปชนกับทางรถไฟพอดี ฉันมักจะตื่นขึ้นหลายรอบในคืนแรก ขณะที่ขบวนรถไฟขนสินค้าวิ่งผ่าน หรือเสียงหวูดรถไฟดัง แต่เมื่อใกล้เวลาที่ฉันต้องกลับ ฉันมักรู้สึกเคยชินกับเสียงนั้นและสามารถนอนหลับได้ตลอดคืนโดยไม่ถูกรบกวนหูของฉันคงปิดตัวเองจากเสียงนั้นไปแล้ว

แต่มีการแทรกแซงบางอย่างที่ฉันอยากให้เกิดขึ้น! ฉันชอบเวลาที่สามีของฉันชงกาแฟมาให้โดยที่ฉันไม่ได้ขอ ขณะที่ฉันกำลังง่วนอยู่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ และฉันมีความสุขเวลาที่เพื่อนโทรมาหาโดยฉันไม่ได้คาดคิด

บางครั้ง เราก็มีแนวโน้มที่จะปิดตัวเองจาก “การแทรกแซงของพระเจ้า” แทนที่จะฟังเสียงเตือนของพระองค์ผ่านทางพระวิญญาณบริสุทธิ์ พระองค์อาจสะกิดเราโดยทำให้เราตระหนักว่าเราจำเป็นต้องขอการยกโทษเมื่อเราพูดหรือทำผิด หรืออาจเฝ้าย้ำเตือนเราให้อธิษฐานเผื่อบางคนที่กำลังเผชิญวิกฤติชีวิต หรือทำให้เราตระหนักว่า เราไม่เคยจริงจังที่จะแบ่งปันเรื่องราวของพระเยซูให้กับคนที่เราห่วงใยฟัง

เมื่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ประทับอยู่ในเรา พระองค์จะสอน ทำให้สำนึก ปลอบใจ และนำเราไปสู่ความจริง( ยน.14:16-17;26 ยน.16:7-8;13 ) คุณปรับรับคลื่นแทรกของพระองค์แล้วหรือยัง? – CHK

พระวิญญาณโปรดช่วยข้าสดับเสียง
ฟังสำเนียงอ่อนหวานตรัสในใจ
ตัดสินใจไม่ว่าเรื่องน้อยให้
อยู่ในน้ำพระทัยของพระองค์–D. De Haan

จงเชื่อฟังเสียงของพระวิญญาณ
เพื่อจะได้ตัดสินใจถูกต้อง

เป็นคนที่พระเจ้าประสงค์ให้เป็น

1 พฤษภาคม, 2012 - 00:01

วันอังคารที่ 1 พฤษภาคม 2012

อ่าน: โรม 12:1-2; 9-18
พี่น้องทั้งหลายด้วยเหตุนี้โดยเห็นแก่ความเมตตากรุณาของพระเจ้า ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มีชีวิต – โรม 12:1

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 26-29 ,

“เป็นคนที่พระเจ้าประสงค์ให้คุณเป็น แล้วคุณจะทำให้โลกลุกเป็นไฟ” เป็นวาทะของเซนต์ แคทเธอรีนแห่งเซียอานา ซึ่งบิชอปแห่งลอนดอน ยกมากล่าวเริ่มในการให้โอวาทในพิธีเสกสมรสของเจ้าฟ้าชายวิลเลียมกับเคท มิดเดิลตัน ที่วิหารเวสมินสเตอร์ ผู้ที่ชมการถ่ายทอดทางโทรทัศน์รู้สึกซาบซึ้งใจเมื่อบิชอบรับรองที่ทั้งสองตัดสินใจ “สมรสกันต่อพระพักตร์พระเจ้าผู้ทรงรักและเมตตาโลกนี้มากจนยอมสละพระองค์เองลงมาเป็นมนุษย์ คือ องค์พระเยซูคริสต์” ท่านยังได้แนะนำให้ทั้งสองยึดมั่นในความรักที่ไม่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง

น้องชายของเคทได้อ่านพระธรรมโรม 12 ที่ว่า “ข้าพเจ้าจึงวิงวอนท่านทั้งหลายให้ถวายตัวของท่านแด่พระองค์ เพื่อเป็นเครื่องบูชาที่มี ชีวิตอันบริสุทธิ์และเป็นที่พอพระทัยพระเจ้า ซึ่งเป็นการนมัสการโดยวิญญาณจิตของท่านทั้งหลาย อย่าประพฤติตามอย่างคนในยุคนี้ แต่จงรับการเปลี่ยนแปลงจิตใจ แล้วอุปนิสัยของท่านจึงจะเปลี่ยนใหม่ เพื่อท่านจะได้ทราบน้ำพระทัยของพระเจ้า จะได้รู้ว่าอะไรดี อะไรเป็นที่ชอบพระทัย และอะไรดียอดเยี่ยม“(โรม 12:1-2)

พิธีเสกสมรสนี้ย้ำเตือนทั้งคนโสดและคนที่แต่งงานแล้ว ถึงความจริงสองประการ คือ (1) ความรักอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้าที่มีต่อเรา สำแดงออกผ่านการสละพระชนม์ของพระเยซู และ (2) พระเจ้าปรารถนาให้เรามีความสุขและรับการเปลี่ยนแปลงชีวิตเมื่อเรามีความสัมพันธ์กับพระองค์ เหล่านี้เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นคนที่พระเจ้าประสงค์ให้คุณเป็น? – DCM

แม้ข้าฯอาจไม่เข้าใจวิถีทาง ที่พระองค์ทรงวางไว้ให้ข้าฯ
อธิษฐานขอเดินตามทุกเวลา จำนนในมรรคาน้ำพระทัย –Sherbert

เราจะเป็นคนที่พระเจ้าประสงค์ให้เราเป็น
เมื่อเรามอบตัวเราเองให้กับพระองค์อย่างสมบูรณ์

ทางของฉัน?

30 เมษายน, 2012 - 00:02

วันจันทร์ที่ 30 เมษายน 2012

อ่าน: สุภาษิต 16:20-25
มีทางหนึ่งซึ่งคนเราคิดว่าถูกแต่มันสิ้นสุดลงที่ทางของความมรณา – สุภาษิต 16:25

อ่านพระคัมภีร์ภายใน 1 ปี: 2 พงศาวดาร 23-25,

ลองคิดว่าถ้ามีคู่แข่งประลองปัญญาที่ไม่เหมาะกันอย่างที่สุดจะเป็นใครได้บ้าง เช่น จะเป็นอย่างไรถ้าเราเอาไอน์สไตน์ไปถกเรื่องทฤษฎีสัมพันธภาพกับเด็กป.1? หรือให้จอร์จวอชิงตัน คาร์เวอร์ไปถกเรื่องวิศวกรรมเคมีชีวภาพกับนักเรียนมัธยม?

แค่คิดที่จะนำสองคู่นี้มาถกกันก็น่าขันแล้วฝ่ายหนึ่งเป็นอัจฉริยะผู้เชี่ยวชาญ แต่อีกฝ่ายคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องที่จะคุยเลย

มีอีกคู่หนึ่งก็คือ พระเจ้ากับใครก็ตามที่โต้แย้งกับพระองค์เรื่องแผนการที่พระองค์มีไว้สำหรับมนุษยชาติ นี่คือคู่ที่ไม่เหมาะกัน! กระนั้นเราก็ยังได้ยินผู้คนพยายามอธิบายอยู่บ่อยๆ ว่าวิถีทางของตัวเองดีกว่าพระปัญญาอันหาที่เปรียบมิได้ของพระเจ้าอย่างไรบ้าง

ผมได้รับจดหมายจากชายผู้หนึ่งในเรือนจำกล่าวว่า “ผมมาถึงจุดนี้ในชีวิตที่ในที่สุดผมก็ยอมรับว่าพระเจ้ามีจริงและทรงเป็นผู้สร้างสรรพสิ่ง ผมเหนื่อยกับการพยายามทำสิ่งต่างๆ ตามวิถีของผมเมื่อผมเริ่มถ่อมใจลงและยอมรับพระวจนะของพระเจ้า ผมก็พบคำตอบ”

การปฏิเสธแผนการช่วยให้รอดของพระเจ้า เพราะเราคิดว่าเรารู้ดีกว่าถือเป็นเรื่องน่าขัน! การเชื่อวางใจพระคริสต์ผู้ทรงยกบาปผิดของเราเท่านั้น ที่จะทำให้เรากลับคืนดีกับพระเจ้าได้ (ยน.14:6; รม.3:23; 6:23) คุณยังพยายามทำทุกอย่างตามวิถีทางของตัวเอง เพราะคิดว่าคุณรู้ดีกว่าใครหรือไม่?(สภษ.16:25) จงเห็นด้วยกับพระเจ้าและเดินตามทางของพระองค์ – JDB

มีหนทางเพียงทางเดียวไปสวรรค์
ทางอื่นนั้นไม่อาจพาให้ถึงได้
สารภาพบาปรับพระคริสต์และกลับใจ
ยอมรับในพระเยซูผู้ไถ่เรา – Sper

พระเยซูไม่ได้เป็นทางหนึ่งในหลายๆ ทาง หรือเป็นทางที่ดีที่สุด
ไปหาพระเจ้า แต่พระองค์ทรงเป็นทางเดียวเท่านั้น – โทเซอร์